..การลงทุน
การลงทุนในตราสารหนี้ทำได้อย่างไร
ภาษีกับการลงทุนในตราสารหนี้
..การซื้อขาย
ข้อมูลราคาเสนอซื้อ/ขาย
โปรแกรมคำนวณราคาตราสารหนี้
รายชื่อตราสารหนี้ขึ้นทะเบียน

 

 
การลงทุนในตราสารหนี้ทำได้อย่างไร / ซื้อขายกันอย่างไร ?
            ตลาดตราสารหนี้มีความแตกต่างอย่างชัดเจนจากตลาดทุนหรือตลาดหุ้นที่นักลงทุนรายย่อยคุ้นเคย โดยประการแรก ตลาดตราสารหนี้เป็นการซื้อขายในระบบเปิด (Open Market) หรือ over the counter คือจะไม่มีสถานที่ที่ทำการซื้อขายแน่นอน และมิได้จำกัดกลุ่มผู้เล่นในตลาดไว้เพียงบริษัทหลักทรัพย์ที่มีใบอนุญาตนายหน้า(Broker)ดังเช่นการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยซึ่งเป็นระบบปิด
            การซื้อขายตราสารหนี้สามารถทำได้หลายระดับ โดยนักลงทุนอาจตกลงซื้อขายระหว่างกันเอง หรืออาจซื้อขายกับผู้ค้าตราสารหนี้(Dealer) โดย ณ สิ้นเดือนสิงหาคม 2544 มีบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตค้าหลักทรัพย์ประเภทตราสารหนี้จำนวน 49 บริษัท ในกรณีที่เป็นบริษัทหลักทรัพย์ ใบอนุญาตค้าหลักทรัพย์จะครอบคลุมไปถึงการค้าตราสารทุนด้วย แต่จะครอบคลุมเพียงการค้าตราสารหนี้ในกรณีที่เป็นธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุน
ลูกค้าทั้งรายย่อยและรายใหญ่ที่ต้องการซื้อหรือขายตราสารหนี้ สามารถติดต่อที่ฝ่ายค้าตราสารหนี้ของสถาบันการเงินต่างๆได้ การค้าจะทำโดยการเจรจาต่อรองระหว่าง Dealer กับลูกค้าหรือนักลงทุนเพื่อตกลงราคาและปริมาณตราสารหนี้ที่ตนต้องการซื้อขาย ซึ่งเป็นการดำเนินไปในลักษณะ Over the counter เมื่อตกลงกันแล้วในรายการใด การดำเนินการด้านการชำระเงินและส่งมอบตราสารก็จะเกิดขึ้นโดยส่วนงานที่เป็น Back office
            ในปัจจุบันช่องทางที่ใช้ในการติดต่อระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายคือ โทรศัพท์ Dealer นอกจากการโทรศัพท์คุยกับลูกค้าแล้วยังส่งคำเสนอซื้อ (bid) และเสนอขาย (offer) ตราสารหนี้เป็นประจำตามสื่อต่าง ๆ เช่น หนังสือพิมพ์ สื่อ on-line ต่าง ๆเพื่อที่ หากมีผู้สนใจที่จะซื้อ/ขาย ก็สามารถโทรศัพท์ติดต่อกับ dealer รายนั้นได้
สำหรับพัฒนาการของการซื้อขายตราสารหนี้ในประเทศไทยมีแนวโน้มไปในทิศทางเดียวกับต่างประเทศ ที่พึ่งพิงระบบการซื้อขายแบบอิเลคโทรนิคส์มากขึ้น เพื่อช่วยให้เกิดประสิทธิภาพ ความโปร่งใสของข้อมูลการซื้อขาย และเพื่อให้มีสภาพคล่องการซื้อขายมากขึ้น ศูนย์ซื้อขายตราสารหนี้ไทยอยู่ระหว่างการดำเนินการคัดเลือกระบบการซื้อขายเพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ข้างต้น โดยคาดว่าจะดำเนินการได้ภายในปี 2544
            นักลงทุนที่มีความสนใจที่จะลงทุนในตราสารหนี้สามารถลงทุนได้ทั้งทางตรงและทางอ้อม โดยทางตรงหมายถึง การที่นักลงทุนทำการซื้อ/ขาย ตราสารหนี้นั้นโดยตรงกับ dealer ตามราคาเสนอซื้อ/เสนอขายที่ dealer นั้น ประกาศตามสื่อต่าง ๆ และทำการบริหารกลุ่มสินทรัพย์ (Portfolio) ของตนเอง การลงทุนโดยทางอ้อม หมายถึง การซื้อกองทุนรวมที่มีวัตถุประสงค์ในการลงทุนในตราสารหนี้เป็นหลัก (fixed income fund) ซึ่งในปัจจุบันมีอยู่มากมายหลายประเภทให้นักลงทุนสามารถเลือกลงทุนได้ตามวัตถุประสงค์ของตนเอง หรือลงทุนโดยผ่านกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ซึ่งกองทุนเหล่านี้จะนำเงินที่ได้ไปลงทุนในตราสารหนี้ และตราสารอื่น ๆ อีกต่อหนึ่ง
            โดยทั่วไปตราสารหนี้มีความซับซ้อนทั้งในแง่ของข้อมูลและการคำนวณ ทำให้การลงทุนโดยตรงอาจไม่เหมาะสำหรับนักลงทุนทั่ว ๆ ไป แต่เหมาะสำหรับนักลงทุนสถาบัน เช่น กองทุนรวมซึ่งมีผู้บริหารกองทุนทีมีความรู้ความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลข่าวสาร เพื่อการตัดสินใจลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และที่สำคัญมีอำนาจในการต่อรองสูง เนื่องจากขนาดของกองทุนที่ใหญ่กว่า ดังนั้น การลงทุนโดยอ้อมผ่านกองทุนเหล่านี้ จึงเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับนักลงทุน บุคคลทั่ว ๆ ไป เพื่อให้สามารถลงทุนในตราสารหนี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพกว่า
 
 
 
สงวนลิขสิทธิ์ ตาม พ.ร.บ.ลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537
สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย พ.ศ. 2546