ลักษณะของตลาดตราสารหนี้
 

"จะลงทุนในตลาดตราสารหนี้ได้อย่างไรบ้าง?"

คำถามนี้ถือว่าเป็นคำถามยอดนิยมของนักลงทุนหน้าใหม่  เนื่องจากโดยทั่วไปประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่คุ้นเคยกับตลาดตราสารหนี้เหมือนกับตลาดหุ้น การซื้อขายส่วนใหญ่ในตลาดตราสารหนี้เป็นการซื้อขายระหว่างนักลงทุนสถาบันที่มีมูลค่าการลงทุนเป็นจำนวนสูง แต่นักลงทุนรายย่อยก็สามารถเข้าถึงตลาดตราสารหนี้ได้โดยไม่ยุ่งยาก ผ่านการลงทุนทางอ้อมผ่านกองทุนรวมต่างๆ   หรือ ถ้าต้องการลงทุนทางตรงในตลาดแรก หรือตลาดรอง  ก็ควรจะทำความเข้าใจถึงลักษณะและธรรมชาติของตลาดตราสารหนี้ดังต่อไปนี้

ลักษณะของตลาดตราสารหนี้

 

  • เป็นตลาดแบบ Over the counter

    ตลาดตราสารหนี้มีความแตกต่างอย่างชัดเจนจากตลาดหุ้นที่ท่านนักลงทุนทั่วไปคุ้นเคย ตลาดตราสารหนี้เป็นตลาดที่มีลักษณะที่เรียกว่า Over the counter (OTC) คือ ไม่มีสถานที่และไม่ได้กำหนดเวลาซื้อขายปิดเปิดตลาดที่แน่นอน เหมือนอย่างการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย การซื้อขายจะเป็นการเจรจาต่อรองกันเองระหว่าง ผู้ซื้อกับผู้ขาย

    ในปัจจุบันช่องทางหลักที่ใช้ในการติดต่อเจรจาระหว่างผู้ซื้อและผู้ขายก็คือทางโทรศัพท์   โดย Dealer นอกจากการโทรศัพท์คุยกับลูกค้าแล้วยังส่งคำเสนอซื้อ (bid) และเสนอขาย (offer) ตราสารหนี้เป็นประจำไปตามสื่อต่าง ๆ เช่น หนังสือพิมพ์ สื่อ online ต่างๆ รวมถึงหน้า website ของตนเอง   นักลงทุนที่สนใจซื้อหรือขาย ก็สามารถติดต่อกับ Dealer รายนั้นๆได้ 

    นอกจากการติดต่อผ่านบริษัทผู้ค้าตราสารหนี้ (Dealer) แล้ว  เมื่อเร็วๆนี้ได้มีการริเริ่มพัฒนาระบบซื้อขายตราสารหนี้แบบอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นซึ่งระบบดังกล่าวดำเนินการโดยตลาดหลักทรัพย์ฯ  ประกอบด้วย ระบบ Automatic order matching (AOM) สำหรับนักลงทุนรายย่อย  และระบบ FIRST ที่เป็น Negotiated trading platform สำหรับนักลงทุนสถาบัน  แต่ปัจจุบันระบบดังกล่าวยังไม่ค่อยได้รับความนิยมจากนักลงทุน  เนื่องจากลักษณะเฉพาะตัวของตราสารหนี้ที่จำเป็นต้องมีการเจรจาต่อรองระหว่างคู่ค้า    ดังนั้นปัจจุบันกว่าร้อยละ 90 ของการซื้อขายในตลาดตราสารหนี้ยังคงเป็นการซื้อขายแบบ OTC  

  • ผู้เล่นหลักคือ Dealer ไม่ใช่ Broker  

    ในการซื้อขายตราสารหนี้  นักลงทุนจะติดต่อซื้อขายกับผู้ค้าตราสารหนี้ (Dealer) ซึ่งเป็นบริษัทที่ได้รับใบอนุญาตจากสำนักงาน ก.ล.ต. ในกรณีที่เป็นบริษัทหลักทรัพย์สามารถค้าหลักทรัพย์ได้ทั้งตราสารหนี้และตราสารทุน แต่ในกรณีที่เป็นธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุนจะสามารถทำธุรกรรมได้เฉพาะการค้าตราสารหนี้เท่านั้น

    สถาบันการเงินที่เป็นผู้ค้าตราสารหนี้นั้น จะต้องเป็นสมาชิกของสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย (ThaiBMA) ผู้สนใจสามารถดูรายละเอียดได้ที่สมาชิกสมาคม ในเมนู About Us

  • รายได้ของ Dealer มาจากส่วนต่างของราคา มิใช่ค่านายหน้า   

    ในการซื้อขายตราสารหนี้ Dealer มีรายได้จากกำไรส่วนต่างระหว่างราคาซื้อและราคาขาย (Spread) เนื่องจากเป็นการซื้อขายระหว่างพอร์ตของสถาบันการเงินที่เป็นผู้ค้าตราสารหนี้กับของลูกค้า ในขณะที่การค้าหุ้นนั้นเป็นการซื้อขายผ่านนายหน้า (Broker) ซึ่งได้รับผลตอบแทนเป็นค่านายหน้า   (Commission)         

    ในกรณีที่ซื้อจากลูกค้า Dealer จะซื้อตราสารหนี้เข้าในพอร์ตสถาบันการเงินของตนแล้วจึงขายออกแก่ลูกค้าต่อไปในภายหลัง และในทางกลับกันในกรณีขายแก่ลูกค้า Dealer ก็จะขายตราสารหนี้จากพอร์ตการลงทุนในหลักทรัพย์เพื่อค้าของบริษัทตน การค้าในลักษณะเช่นนี้จึงเอื้อต่อสถาบันการเงินที่มีเงินลงทุน และเงินหมุนเวียนเป็นจำนวนสูงเพื่อรองรับการดำเนิน ธุรกรรม เช่น ธนาคารพาณิชย์

 




 
 
 
 
 
 
 
Copyright © 2009 by Thaibond.com