|
|
| นอกจากความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับตราสารหนี้ที่กล่าวมาแล้ว
นักลงทุนควรทราบถึงสถาบันและบุคคลต่างๆที่เกี่ยวข้องกับตราสารหนี้
เพื่อให้เกิดความเข้าใจในภาพรวมของบทบาทและหน้าที่ของหน่วยงานต่างๆและผู้ที่เกี่ยวข้องในตลาดอย่างละเอียดยิ่งขึ้น
ภาระหน้าที่ของสถาบันและบุคคลต่างๆสามารถกล่าวโดยสรุปได้ดังต่อไปนี้
โดยได้แสดงชื่อ web site ของสถาบันต่างๆเพื่อให้ท่านผู้อ่านที่สนใจในรายละเอียดของหน่วยงานนั้นสามารถค้นคว้าต่อไปได้ |
|
|
กระทรวงการคลัง
(The Ministry of Finance) www.mof.go.th
|
| กระทรวงการคลังเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับการบริหารการเงินการคลังของแผ่นดิน
การจัดเก็บภาษีอากร และกิจการอื่น ๆ อันเกี่ยวข้องกับการหารายได้ของประเทศ
ตลอดจนควบคุมดูแลระบบงานด้านเศรษฐกิจและการคลัง ให้ดำเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ
หน่วยงานภายใต้กระทรวงการคลังที่ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับตลาดตราสารหนี้โดยตรง
ได้แก่ สำนักบริหารหนี้สาธารณะ (The Public Debt Management
Officewww.pdmo.go.th ) ทำหน้าที่เสนอแนะนโยบายและวางแผนด้านการก่อหนี้และบริหารหนี้สาธารณะให้สอดคล้องกับเป้าหมายและแนวทางที่กำหนดในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
นโยบายรัฐบาล และฐานะการเงินการคลังของประเทศ การผูกพันหนี้สาธารณะหนี้ในประเทศและต่างประเทศ
|
|
| สำนักบริหารหนี้สาธารณะยังรับผิดชอบการบริหารหนี้สาธารณะทั้งด้านการบริหารความเสี่ยงและการบริหารเงินสดให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
จัดทำฐานข้อมูลหนี้ของประเทศ วิเคราะห์โครงสร้างหนี้และประมาณการความต้องการเงินของภาครัฐ
เพื่อประกอบการกำหนดนโยบาย ดำเนินการเกี่ยวกับการเบิกจ่ายเงินกู้และการชำระหนี้
รวมทั้งควบคุมดูแลให้มีการปฏิบัติตามสัญญาที่ได้ผูกพันกับแหล่งเงินกู้
ให้มีการพัฒนาระบบการติดตามและประเมินผลการดำเนินงาน และการใช้จ่ายเงินกู้ให้สอดคล้องกับแผนงานหรือโครงการที่ได้รับอนุมัติดำเนินการเกี่ยวกับกฎหมาย
ระเบียบ ข้อบังคับ รวมทั้งการพัฒนาและปรับปรุงแก้ไขการผูกพันและบริหารหนี้สาธารณะ
และการพัฒนาตลาดตราสารหนี้ของประเทศ รวมทั้งมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย
ดำเนินการ และปฏิบัติการเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับการออกตราสารหนี้ของภาครัฐ
|
|
| ธนาคารแห่งประเทศไทย
(The Bank of Thailand) www.bot.or.th |
|
ทำหน้าที่เป็นผู้บริหารนโยบายการเงินของประเทศ
เป็นผู้กำกับดูแลตลาดเงินและสถาบันการเงิน และเป็นตัวแทนการเงินของรัฐบาล
ธนาคารแห่งประเทศไทยมีบทบาทสำคัญในการมีส่วนร่วมพัฒนาตราสารทางการเงินและตลาดตราสารทางการเงินร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
โดยมีหน้าที่ให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการบริหารหนี้ โดยเฉพาะการออกตราสารหนี้ในตลาดแรก
และเป็นตัวแทนขายหลักทรัพย์ของรัฐบาลในตลาดแรก เช่น ตั๋วเงินคลัง
พันธบัตรรัฐบาล
ธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นผู้จัดให้มี Primary Dealer เพื่อเป็นคู่ค้าในการดำเนินนโยบายทางการเงิน
นอกจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทยยังทำหน้าที่ดูแลระบบการชำระเงินของประเทศ
และการเป็นนายทะเบียนพันธบัตรรัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และองค์กรของรัฐที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน
|
|
| สำนักงานคณะกรรมการหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
(The Securities Exchange Commission) www.sec.or.th |
|
| ทำหน้าที่ในการกำกับดูแลและพัฒนาตลาดทุนทั้งตลาดแรกและตลาดรองของประเทศ
สถาบันต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนกำหนดนโยบายและกฎเกณฑ์
ข้อบังคับต่าง ๆที่เกี่ยวกับการดูแล ส่งเสริม และพัฒนาในเรื่องต่าง
ๆ ดังนี้
1. การกำกับดูแลธุรกิจหลักทรัพย์
เช่น การเป็นนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์ การค้าหลักทรัพย์
การเป็นที่ปรึกษาการลงทุน การจัดจำหน่ายหลักทรัพย์ การจัดการกองทุนรวม
และการจัดการกองทุนส่วนบุคคล ซึ่งการประกอบธุรกิจหลักทรัพย์ข้างต้นต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังตามคำแนะนำของคณะกรรมการ
ก.ล.ต.
2. การออกและเสนอขายหลักทรัพย์ สำนักงาน กลต. จะพิจารณาคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์ประเภทต่างๆ
และตรวจสอบความถูกต้อง ครบถ้วนและเพียงพอของข้อมูลที่เปิดเผยต่อประชาชน
และทำหน้าที่ในการพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์กำกับดูแลการออกและเสนอขายหลักทรัพย์รวมถึงองค์กรที่สนับสนุนการออก
เช่นผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ นายทะเบียน สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ
เป็นต้น
3. ตลาดหลักทรัพย์ ศูนย์ซื้อขายตราสารหนี้ และองค์กรที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจหลักทรัพย์
โดยสำนักงาน กลต. มีบทบาทในการกำหนดนโยบายหลักและให้ความเห็นชอบในการออกกฎข้อบังคับที่สำคัญของตลาดหลักทรัพย์ฯ
และศูนย์ซื้อขายฯ
4. การป้องกันการกระทำอันไม่เป็นธรรมเกี่ยวกับการซื้อขายหลักทรัพย์
สำนักงานกลต. มีอำนาจในการตรวจสอบการกระทำความผิด และดำเนินงานตามกฎหมายในลักษณะของการเปรียบเทียบปรับหรือกล่าวโทษต่อไป
|
|
| ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้
(Bondholder Representative) |
|
| ในปัจจุบันสำนักงาน
กลต. กำหนดให้ผู้ออกหุ้นกู้ต้องจัดให้มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้ในเกือบๆทุกกรณี
การยกเว้นมีจำนวนน้อยกรณี แม้ว่าตามพระราชบัญญัติหลักทรัพย์กำหนดให้มีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้เพียงบางกรณีเท่านั้น
ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้เป็นผู้แทนตามกฎหมายที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการดูแลผู้ถือหุ้นกู้
โดยหลักเกณฑ์คุณสมบัติของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้กำหนดว่าต้องเป็นสถาบันการเงินที่มีความมั่นคง
และไม่มีผลประโยชน์ขัดแย้งต่อการทำหน้าที่ดังกล่าว สำหรับหน้าที่ของผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้สรุปได้ดังนี้ |
|
1. ดูแลมิให้ผู้ออกหุ้นกู้กระทำการใด
ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันการชำระหนี้ตามหุ้นกู้
ที่ทำให้มูลค่าของทรัพย์สินนั้นลดน้อยลงในลักษณะสัดส่วนของมูลค่าหลักประกันต่อมูลหนี้ตามหุ้นกู้ต่ำลงกว่าที่กำหนดไว้ในข้อกำหนดสิทธิ
หรือทำให้ผู้ถือหุ้นกู้เสียประโยชน์
2. ไม่ให้ความเห็นชอบในการนำทรัพย์สินที่เป็นหลักประกันออกหาผลประโยชน์ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินหรือทำให้มีมูลค่าไม่เป็นไปตามข้อกำหนดสิทธิ
3. ดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหายให้ผู้ถือหุ้นกู้ เมื่อผู้ออกหุ้นกู้ไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดสิทธิ
4. จัดประชุมผู้ถือหุ้นกู้เพื่อขอมติในการดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ระบุไว้ในข้อกำหนสิทธิ
เมื่อผู้ออกหุ้นกู้ผิดนัดชำระเงินต้นหรือดอกเบี้ย หรือผิดเงื่อนไขเกี่ยวกับเงินทุนเพื่อการไถ่ถอน
(ถ้ามี)
5. ดำเนินการเรียกร้องค่าเสียหาย บังคับหลักประกัน หรือบังคับชำระหนี้ให้ผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้
รวบรวมและแจกจ่ายทรัพย์สินที่ได้จากการเรียกร้องค่าเสียหาย
บังคับหลักประกัน หรือบังคับชำระหนี้ให้ผู้ถือหุ้นกู้ตามสัดส่วนที่ผู้ถือหุ้นกู้แต่ละคนพึงได้รับโดยจัดทำบัญชีแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับการรวบรวมทรัพย์สิน
ค่าใช้จ่ายต่าง ๆและการแจกจ่ายทรัพย์สินไว้ทุกขั้นตอน
6. อื่น ๆ ตามที่ข้อกำหนดสิทธิกำหนด
|
|
| สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ
(Credit Rating Agency) |
|
| เป็นสถาบันที่วิเคราะห์และประเมินความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้และของบริษัท
ซึ่งการจัดอันดับเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งที่บอกถึงความเสี่ยงแก่ผู้ที่จะลงทุนในตราสารหนี้นั้น
เป็นการจัดชั้นตราสารหนี้ตามคุณภาพของกิจการที่ออกตราสารหนี้
และเป็นการประเมินสถานะความน่าเชื่อถือของผู้ขอให้ประเมินภายใต้เงื่อนไขต่าง
ๆ สำนักงาน กลต มีข้อกำหนดให้ผู้ออกหุ้นกู้ในกรณีทั่วไปต้องจัดให้มีอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้นั้นๆตลอดอายุ |
|
| การให้ Rating แต่ละครั้งของสถาบันจัดอันดับฯ
ต้องใช้เวลาในการวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ของบริษัทผู้ออกตราสารหนี้
ความสามารถในการชำระหนี้ตามกำหนดเวลา โดยการศึกษาจากข้อมูลที่พิมพ์ออกเผยแพร่ทั่วไป
และการสอบถามจากเจ้าหน้าที่ของกิจการที่จะออกตราสารโดยตรง
รวมทั้งผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย และหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง |
|
| เมื่อจัดอันดับตราสารหนี้ให้แก่ลูกค้าแล้ว
สถาบันจัดอันดับฯยังคงมีหน้าที่ที่จะต้องติดตามการดำเนินงานของลูกค้าเป็นระยะๆตลอดอายุของตราสารหนี้
โดยเมื่อสถานการณ์ทั้งทางเศรษฐกิจและการเมืองเปลี่ยนแปลงไปจนมีผลกระทบต่อการดำเนินงานของกิจการ
สถาบันจัดอันดับฯก็จำเป็นต้องทบทวนการจัดอันดับอีกเช่นกัน |
|
| ในประเทศไทย ปัจจุบันมีสถาบันจัดอันดับฯจำนวน
2 ราย คือ บริษัท ไทยเรทติ้งอินฟอร์เมชั่นเซอร์วิส จำกัด
(Thai Rating Information Service Co.,Ltd.) ซึ่งมีระบบการจัดอันดับแบ่งเป็น
AAA, AA, A, BBB, BB, B, CCC, CC, C และ D โดยเกรดตั้งแต่
BBB ขึ้นไปเรียกว่า Investment Grade และต่ำกว่านั้นจะเรียกว่า
Speculative Grade รายที่ 2 คือ บริษัทฟิทช์เรทติ้ง (ประเทศไทย)
ส่วนสถาบันจัดอันดับฯของต่างประเทศมีหลายราย เช่น S&P,
MOODY'S, FITCH เป็นต้น |
|
| นายทะเบียน (
Registrar) |
|
| เป็นหน่วยงานที่ให้บริการแก่ผู้ออกหลักทรัพย์และผู้ถือหลักทรัพย์
เช่น จัดทำและบันทึกทะเบียนหลักทรัพย์ให้ถูกต้องครบถ้วนเป็นปัจจุบันตามความเป็นจริง
ทั้งการโอน การจำนำ การเพิกถอน การอายัดหลักทรัพย์ การเปลี่ยนแปลงรายการในทะเบียนหลักทรัพย์
การออกใบหลักทรัพย์ใหม่ การปิดสมุดทะเบียนผู้ถือหลักทรัพย์
การจ่ายเงินปันผล หรือดอกเบี้ย ให้แก่ผู้มีสิทธิตามบัญชีรายชื่อ
ณ วันปิดสมุดทะเบียน และงานอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง อำนวยความสะดวกแก่ผู้ถือหลักทรัพย์ในการตรวจดูทะเบียนหลักทรัพย์หรือการขอคัดสำเนา |
|
| ผู้ที่ให้บริการนายทะเบียนหลักทรัพย์ได้
ได้แก่ ธนาคารพาณิชย์ บริษัทเงินทุน บริษัทหลักทรัพย์ บริษัทเงินทุนหลักทรัพย์
(ยกเว้น บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวม) ศูนย์ซื้อขายหลักทรัพย์
และสถาบันการเงินที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นตามประเภทที่คณะกรรมการ
ก.ล.ต. ประกาศกำหนด ปัจจุบันมีผู้ที่ให้บริการเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ทั้งสิ้น
19 ราย (ณ 31 พฤษภาคม 2545) อย่างไรก็ดี บริษัทเอกชนสามารถเป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์ของบริษัทตนเองได้โดยไม่ต้องมาขออนุญาตจากสำนักงาน
กลต. |
|
|
|