| |
| ปูพื้นฐานก่อนเข้าสู่การคำนวณราคา
|
| |
| เมื่อเราเข้าใจหลักการโดยเปรียบเทียบระหว่างเงินฝากธนาคารซึ่งเป็นที่คุ้นเคยของประชาชนทั่วไปอยู่แล้ว
กับการลงทุนในตราสารหนี้ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ได้เหมือนกันก็คือ
ดอกเบี้ย และเป็นสิ่งที่ยืนยันในหลักการเรื่องค่าเงินตามเวลาได้เป็นอย่างดี
บทนี้เราจะขยับขยายเข้าไปใกล้ตลาดตราสารหนี้มากขึ้น แต่ก่อนจะไปถึงตรงนั้นผู้เขียนอยากปูพื้นฐานให้ผู้ที่ยังไม่เข้าใจหลักการทางการเงินเรื่อง
Present Value และ Future Value ได้เข้าใจไปพร้อมๆกันก่อนซักเล็กน้อย |
|
| ว่ากันไปแล้ว
ถ้าให้พูดกันตามภาษาชาวบ้าน ตราสารหนี้หรือหุ้นกู้นั้นก็เป็นเอกสารสัญญาเงินกู้นั่นเอง
โดยผู้ออกหุ้นกู้ คือ ลูกหนี้ และผู้ซื้อหุ้นกู้มีสถานะเหมือนเจ้าหนี้
เพียงแต่ว่าตราสารหนี้ หรือหุ้นกู้ในตลาดนั้นสามารถนำมาซื้อขายเปลี่ยนมือ
และมีตลาดรองรับ เมื่อตราสารหนี้สามารถนำมาซื้อขายได้ เปรียบเสมือนเป็นสินค้าตัวหนึ่ง
ดังนั้นจึงต้องมีการคำนวณราคาที่เหมาะสมของตราสารนั้น |
| |
| ปัจจัยที่มีผลต่อราคาตราสารหนี้ประกอบด้วย
3 ปัจจัย ได้แก่ |
|
1. กระแสเงินสดที่ตราสารหนี้จ่าย
ประกอบไปด้วยดอกเบี้ยหรือคูปอง และเงินต้นหรือราคาที่ตราไว้
หรือมูลค่าที่ตราไว้
2. เวลาที่ตราสารหนี้จ่ายกระแสเงิน ซึ่งได้แก่ วันที่ออกหรือวันที่กำหนดจะชำระดอกเบี้ย
และวันครบกำหนดไถ่คืนหุ้นกู้ ซึ่งจะพิจารณาระยะเวลาจากวันปัจจุบันไปจนถึงวันครบกำหนดจ่ายกระแสเงินของตราสารหนี้
ซึ่งข้อมูลระยะเวลานี้มีความสำคัญต่อการคำนวณราคาเนื่องจากมีผลกระทบต่อมูลค่าเงินตามเวลา
3. อัตราคิดลด ซึ่งจะปรับตัวขึ้นลงเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับการปรับตัวของอัตราดอกเบี้ยในตลาด
โดยอัตราคิดลดสามารถตีความได้สองความหมายด้วยกันคือ ความหมายแรก
เป็นเพียงอัตราที่ใช้คิดลดดอกเบี้ยและราคาที่ตราไว้ซึ่งตราสารหนี้สัญญาจะจ่ายให้ในอนาคต
เพื่อนำมาคำนวณเป็นมูลค่าปัจจุบัน ส่วนความหมายที่สองเป็นการตีความหมายว่าคืออัตราผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้
โดยมีต้นทุนของการลงทุนเท่ากับราคาของตราสาร เพื่อให้ได้รับกระแสเงินในอนาคตตามข้อ
2
|
| หลังจากที่เราได้เข้าใจถึงความสำคัญที่ต้องมีการคำนวณราคาตราสารหนี้แล้ว
เรามาเริ่มกันที่พื้นฐานของการคำนวณราคาตราสารหนี้ คือ เรื่องค่าเงินตามเวลา
ซึ่งถ้าใครมีความสนใจอยากอ่านเพิ่มเติมก็สามารถหาอ่านได้จากหนังสือทางการเงิน
เช่น การบริหารการเงิน การเงินเบื้องต้น หรือหลักการลงทุน
เป็นต้น |
|
| ทำไมเราจึงต้องศึกษาค่าเงินตามเวลา
|
|
| คำว่าค่าเงินตามเวลาเกิดขึ้นเนื่องจากเงินที่ได้รับในวันนี้
กับเงินที่ได้รับในอนาคตนั้นมีค่าไม่เท่ากัน ซึ่งสาเหตุก็เพราะ
ถ้าเราได้เงินในวันนี้ เราย่อมพอใจกว่าได้เงินจำนวนที่เท่ากันในอนาคต
หรือถ้าจะให้คิดแบบเป็นผลตอบแทนก็คือ การที่เราได้เงินวันนี้
เราสามารถนำเงินจำนวนดังกล่าวไปฝากธนาคาร และได้รับเงินต้นพร้อมดอกเบี้ยคืนในอนาคต
ด้วยเหตุนี้เงินจึงมีค่าตามเวลา โดยเงินในปัจจุบันมีค่ามากกว่าในอนาคต
เพราะเราสามารถนำเงินดังกล่าวไปหาดอกผลให้เพิ่มพูนได้ ถึงจุดนี้เราจะเริ่มคุยกันไปทีละเรื่อง
เริ่มจะมีศัพท์ทางการเงินเข้ามาบ้าง แต่ถ้าเราเข้าใจพื้นฐานแล้ว
ศัพท์เหล่านี้ก็เป็นเพียงชื่อเรียกเท่านั้นเอง |
|
มูลค่าในอนาคต (Future Value)
|
|
มูลค่าในปัจจุบัน (Present
Value) |
| |
คำนวณราคาตราสารหนี้
ง่ายกว่าที่คิด |
|
|
| |