บล็อกทั้งหมด
View All Recent Entries
ดร.บัณฑิต นิจถาวร
ตั๋วแลกเงิน (Bill of Exchange: B/E) ระยะสั้น Trendใหม่ของ การออกตราสารหนี้ในยุคปัจจุบัน
มาลงทุนสู้เงินเฟ้อกันด้วย ILB
Global Bond Update
คุยกันเรื่องพันธบัตร หุ้นกู้
เรียนรู้ตราสารหนี้.....ผ่านวิถีแห่งกอล์ฟ
รู้ไว้ใช่ว่า
ลงทุนในตราสารหนี้ น่าสนใจอย่างไร
Author:
สุชาติ ธนฐิติพันธ์
ฝ่ายวิจัยและพัฒนา , สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย
Created:
01/31/2012
 

ในทุกวันนี้ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ “ภาวะเงินเฟ้อ” หรือ ภาวะที่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในท้องตลาดปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ได้กลายมาเป็นหัวข้อสำคัญและมักจะถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึงให้นักลงทุนหลายๆท่านได้รับฟังกันอยู่บ่อยครั้ง แต่นอกเหนือไปจากการพยายามทำใจให้ยอมรับกับสถานการณ์ที่บรรดาผู้ประกอบการทั้งหลาย ทำการขึ้นราคาสินค้าพร้อมๆ กันจนส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวันแล้ว นักลงทุนยังมีอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ ในการสร้างผลตอบแทนให้อยู่ในระดับสูงพอที่จะสามารถครอบคลุมภาวะเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นได้ โดยที่ความเสี่ยงของทางเลือกที่ว่านี้ยังคงอยู่ในระดับที่ค่อนข้างต่ำอีกด้วย และทางเลือกที่ว่านี้ก็คือ การลงทุนในตราสารหนี้ครับ

แต่ก่อนอื่นนั้น เราลองมาทำความเข้าใจกันว่าภาวะเงินเฟ้อ หรือ Inflation ได้เข้ามามีบทบาทหรือส่งผลกระทบต่อชีวิตเราอย่างไรบ้าง ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว Inflation มักจะเกิดขึ้นตามมาหลังการขยายตัวอย่างร้อนแรงของระบบเศรษฐกิจ โดยตัวอย่างง่ายๆของ Inflation ที่มักเกิดขึ้นให้พบเห็นอยู่เป็นประจำ ได้แก่การปรับขึ้นของราคาอาหารนั่นเองครับ ซึ่งจากสถิติในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาเราจะพบว่าราคาอาหารที่เคยขายกันอยู่ที่ประมาณจานละ 15 - 20 บาท มีราคาเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดเราต้องจ่ายเงินสูงถึง 30 – 40 บาท เพื่อแลกกับอาหารที่มีปริมาณเท่าเดิม (และในหลายๆครั้ง เรายังพบว่าได้ปริมาณที่น้อยลงกว่าเดิมอีกด้วย) หรือแม้แต่ค่าโดยสารรถประจำทาง ที่เราต้องจ่ายเงินเพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว (ตัวอย่างของค่าโดยสารรถเมล์ ที่ปรับค่าตั๋วจาก 3.5 บาท/เที่ยว ในปี 2547 มาอยู่ที่ 8 บาท/เที่ยว ในปัจจุบัน) แต่ได้ระยะของการเดินทางที่ไม่แตกต่างไปจากเดิม ซึ่งหากพิจารณาด้วยเหตุผลคร่าวๆ ที่ผู้ประกอบการมักจะหยิบยกขึ้นมาอ้างถึงความจำเป็นในการปรับราคาสินค้าให้สูงขึ้น อันเนื่องจากต้นทุนที่ผู้ประกอบการต้องแบกรับมากขึ้นแล้ว ก็น่าจะทำประชาชนโดยทั่วไปพอยอมรับและพยายามเข้าใจถึงความจำเป็นดังกล่าวได้ แต่เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจว่า ราคาอาหารหรือแม้แต่ค่ารถโดยสารที่เคยถูกปรับขึ้นไปแล้ว เกือบทั้งหมดนั้นแทบจะไม่มีการปรับราคาลดลงมาอีกเลย แม้ในช่วงเวลาที่ต้นทุนต่างๆ ทั้งที่อยู่ในรูปของราคาน้ำมัน หรือต้นทุนของวัตถุดิบอื่นๆ จะลดลงจนต่ำกว่าระดับที่ผู้ประกอบการเคยใช้เป็นเหตุผลในการปรับขึ้นราคาสินค้าไปแล้วก็ตาม

ดังนั้นด้วยสถานการณ์ที่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคต่างก็มีทิศทางที่จะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเพียงอย่างเดียว และประชาชนไม่น่าจะหวังพึ่งผู้ประกอบการให้ปรับลดราคาสินค้าและบริการประเภทต่างๆ ที่เคยปรับขึ้นไปแล้วได้อีก ทั้งหมดนี้จึงกลายเป็นเหตุผลให้เราต้องหันมาพึ่งพาตนเอง ด้วยการพยายามหาช่องทางการลงทุน ที่นอกจากจะต้องมีความปลอดภัยหรือความเสี่ยงในระดับที่ยอมรับได้แล้ว การลงทุนนั้นยังต้องสามารถสร้างผลตอบแทนให้เติบโตในระดับที่สูงกว่า Inflation ไปพร้อมๆกันด้วย ซึ่งตราสารหนี้ถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ด้วยเหตุผลหลัก 3 ข้อด้วยกันครับ โดยที่เหตุผลในข้อแรกคือ ผลตอบแทนของตราสารหนี้ดีกว่าเงินเฟ้อ ซึ่งหากเราพิจารณาจากข้อมูลย้อนหลังไปในช่วง 8 ปีที่ผ่านมา (2545 – 2553) จะพบว่ามีเพียงปี 2548 เท่านั้น ที่ผลตอบแทนจากตราสารหนี้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าการขยายตัวของ Inflation แต่ในช่วงอีก 7 ปีที่เหลือกลับพบว่า การลงทุนในตราสารหนี้ให้ผลตอบแทนที่สูงกว่า Inflation อย่างสม่ำเสมอ

ประเด็นที่น่าสนใจในลำดับถัดมาคือ ผลตอบแทนของตราสารหนี้ดีกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบจากข้อมูลในช่วงระยะเวลาเดียวกัน (2545 – 2553) จะพบว่ามีเพียงปี 2548 เพียงปีเดียวเช่นกัน ที่ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 2 ปี อยู่ในระดับที่สูงกว่าผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ แต่ในปีอื่นๆที่นอกเหนือไปจากปี 2548 นั้น ดอกเบี้ยที่ได้จากการฝากเงินไว้กับธนาคารพาณิชย์ ล้วนแต่อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าผลตอบแทนที่ได้จากตราสารหนี้ และยิ่งไปกว่านั้นแล้ว หากเราพิจารณาเฉพาะผลตอบแทนจากดอกเบี้ยเงินฝาก เปรียบเทียบกับการขยายตัวของเงินเฟ้อที่เกิดขึ้นในแต่ละปี จะพบข้อมูลที่น่าสนใจว่าผลตอบแทนที่ได้รับจริงจากดอกเบี้ยเงินฝาก (เมื่อหักด้วยเงินเฟ้อแล้ว) ส่วนใหญ่แล้วอยู่ในระดับที่ติดลบ หรือพูดให้ง่ายขึ้นก็คือ ดอกเบี้ยที่ได้จากการฝากเงินไม่สามารถนำไปซื้อสินค้าที่มีราคาแพงขึ้นตามภาวะเงินเฟ้อได้นั่นเองครับ และสำหรับประเด็นที่น่าสนใจในข้อสุดท้ายคือ ความเสี่ยงของตราสารหนี้อยู่ในระดับต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนในทางเลือกอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาลด้วยแล้ว เราถือว่าเป็นตราสารที่ปราศจากความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับเงินต้นคืน (Default Risk) แต่ทั้งนี้ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจก่อนว่าตราสารหนี้ยังคงมีความเสี่ยงด้านอื่นๆอยู่บ้าง ดังนั้นการศึกษาหาข้อมูลและตัดสินใจเลือกลงทุนอย่างรอบคอบ จึงถือเป็นข้อปฏิบัติข้อแรกที่ผู้ลงทุนต้องให้ความสำคัญและไม่ควรมองข้ามครับ


 

 

 

 

 

 

 


ข้อจำกัดความรับผิด (Disclaimer)
บทความฉบับนี้ จัดทำขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้ทั่วไปที่เกี่ยวข้องกับตลาดตราสารหนี้ โดยอ้างอิงจากข้อมูลสถิติในอดีต   ประกอบกับทัศนะส่วนตัวของผู้เขียน ทั้งนี้ ThaiBMA ไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อจะชี้นำการลงทุน หรือสร้างข้อสรุปว่าการลงทุนในทางเลือกใดถือเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ThaiBMA ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับผิดชอบต่อผู้ที่นำเอกสารฉบับนี้ไปใช้แล้วก่อให้เกิดซึ่งความสูญเสียกำไรหรือสูญเสียโอกาส หรือความเสียหายใดๆที่เกิดขึ้นทั้งสิ้น
 
   
 
 
 
Copyright © 2009 by Thaibond.com