Blog Gang แหล่งรวมความรู้ด้านตราสารหนี้ และการลงทุน
ขอเชิญทุกท่านเข้ามาร่วมเป็นหนึ่งใน Blog Gang ของเราสิคะ ง่ายๆ เพียง Register และ Blog setting เท่านั้น ก็สามารถแบ่งปันความรู้ร่วมกันได้
เนื่องจากผู้ลงทุนไม่สามารถกำหนดอัตราดอกเบี้ยในอนาคตของตราสารหนี้ดอกเบี้ยลอยตัวได้ จึงทำให้ไม่สามารถหากระแส เงินสดในอนาคตที่แน่นอนได้ ดังนั้นวิธีการประเมินมูลค่าจึงต้องใช้วิธีตั้งแต่อย่างง่ายจนถึงยากดังต่อไปนี้ (1) อัตราผลตอบแทนปัจจุบัน (Current Yield) : เป็นการหาอัตราผลตอบแทนปัจจุบันที่ง่ายที่สุด และสะดวกในการใช้ โดยสามารถหาได้จากสูตร อัตราผลตอบแทนปัจจุบัน = อัตราดอกเบี้ยในปัจจุบัน x 100 / ราคาปัจจุบัน (2) ส่วนต่างสุทธิ (Effective Margin) : เป็นการหาส่วนต่างสุทธิเมื่อเทียบกับอัตราอ้างอิงที่ตราสารนั้นใช้อยู่ ซึ่งเหตุผล เบื้องหลังในการคำนวณแบบนี้ คือ เป็นการหาผลตอบแทนส่วนที่เกินต้นทุนของการกู้ยืม ผลตอบแทนจะประกอบด้วย ส่วนที่ผู้ออกกำหนดไว้ให้ , Capital gain จากการซื้อตราสารหนี้ในราคาที่ต่ำกว่าพาร์ ส่วนต้นทุนการกู้ยืมก็เป็นการสมมติว่าผู้ลงทุนสามารถกู้ยืมได้ในอัตราดอกเบี้ยอ้างอิง ทั้งนี้ ผู้ลงทุนสามารถคำนวณส่วนต่างสุทธิได้ 3 วิธีด้วยกัน คือ (2.1) วิธีอย่างง่าย (Simple Margin : SM) การคำนวณด้วยวิธีนี้ไม่พิจารณาถึงประแสเงินสดที่ไหลเข้ามาในอนาคต แต่จะพิจารณาการเปลี่ยนแปลงของราคาจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย และวิธีนี้ยังไม่รวมผลของอัตราผลตอบแทนปัจจุบันที่มีต่อ ส่วนต่างดังกล่าว ถ้าราคาเกิดต่ำกว่าหรือสูงกว่าพาร์ (2.2) วิธีทบต้น (Compound Margin : CM) การคำนวณด้วยวิธีนี้จะพิจารณาถึงประแสเงินสดที่ไหลเข้ามาในอนาคต ด้วยการสมมติว่าอัตราดอกเบี้ยพันธบัตร ณ ปัจจุบันเป็นอัตราดอกเบี้ยคงที่ไปตลอด แล้วนำมาเปรียบเทียบกับอัตราดอกเบี้ยอ้างอิงของตราสารหนี้นั้นเพื่อหา Effective Margin (2.3) วิธีคิดลดส่วนต่าง (Discount Margin : DM) การซื้อขายตราสารหนี้อัตราดอกเบี้ยลอยตัวในประเทศไทยปัจจุบันซื้อขายด้วย DM ซึ่งเป็นมาตรฐานที่กำหนดโดย ThaiBMA โดยวิธีนี้จะรวมผลของอัตราผลตอบแทนปัจจุบันที่มีต่อส่วนต่างดังกล่าว ถ้าราคาเกิดต่ำกว่าหรือสูงกว่าพาร์ และกรณีที่ Capital gain หรือ Loss คงที่ตลอดอายุของตราสารวิธีวิธีคิดลดส่วนต่างจะแก้ไขข้อจำกัดนี้ได้