สวัสดี ...ครับทุกท่าน ..........วันก่อนผมเพิ่งจะไปซื้อไม้กอล์ฟมือสองมา
อันหนึ่ง ......ถ้าเป็นไม้กอล์ฟไม่ว่าจะเป็นของใหม่หรือมือสองก็ซื้อง่ายขาย
กันคล่องครับ..... โดยเฉพาะมือสองถ้าสภาพดีๆ ซื้อง่ายขายกันคล่องกัน
มากทีเดียว .....แต่ถ้าเป็นตราสารหนี้ ก็ไม่แน่เสมอไปครับ. ตราสารหนี้บางตัว
เป็นความต้องการของคนในตลาดมาก .....วันๆหนึ่งซื้อขายกันหลายรอบ
มูลค่าซื้อขายกันเป็นหมื่นหมื่นล้านบาทก็มี .... แต่ตราสารหนี้บางตัว ซื้อมา
แล้ว...จะขายต่อก็ไม่ค่อยมีคนจะซื้อ ....หรือบางตัวต้องการจะซื้อก็ไม่ค่อยมี
คนจะขาย ....ตามประสาคนในตลาดการเงินเขาเรียกว่า ตราสารหนี้ตัวนั้น
ขาดสภาพคล่องครับ (Non-liquidity) ... แล้วโอกาสหน้าจะเล่าให้ฟัง
ครับว่าจะดูได้อย่างไร หรือดูได้จาก website ไหนว่า ตราสารหนี้ตัวนั้นๆ มี
สภาพคล่องหรือไม่มีนะครับ
ครั้งที่แล้วเรารู้จักตราสารหนี้ภาครัฐบาลไปแล้ว ... วันนี้เรามาต่อกันที่
ตราสารหนี้อีกประเภทหนึ่ง ที่เรียกว่าตราสารหนี้ภาคเอกชน ...ผมจะให้
ตราสารหนี้ภาคเอกชนเปรียบได้กับหัวไม้ (Driver) เรามาลองดูซิว่าจะ
เหมือนหรือต่างกันอย่างไร
หัวไม้ (Driver) รูปร่างสวย ดูดีไปหมด ตีได้ไกล ไกลสมกับที่นักกอล์ฟทั้ง
หลายอยากได้ ..... ยิ่งไกลยิ่งดี.... แต่อย่าคาดหวังกับเป้าหมายที่กำหนดไว้
นะครับ เพราะบางครั้งอาจจะไปได้ไกล แต่ไปทางไหนก็ไม่ทราบ..........
เสี่ยงครับ ...... มีความเสี่ยงสูงจริงๆที่จะไปได้ไม่ตรงเป้าหมายตามที่ต้องการ
ได้แต่ระยะทางครับความแม่นยำน้อยกว่าหัวเหล็กเยอะ
ตราสารหนี้ภาคเอกชน ก็เช่นกัน..... ชื่อก็พอจะทราบกันนะครับว่าเอกชน
เป็นผู้ออกตราสารหนี้นั้นๆ ....โดยเราจะเรียกตราสารหนี้ภาคเอกชนกันว่า
หุ้นกู้ ครับ ........ หุ้นกู้ ก็เหมือนกับหัวไม้ล่ะครับ ดูดีไปหมด ให้ผลตอบ
แทนสูง..... ผมยกตัวอย่างอย่างนี้นะครับ เช่น บริษัท..AAA..(มหาชน)
จำกัด ออกหุ้นกู้ อายุ 2 ปี ดอกเบี้ย 5% ....เป็นไงครับ.... ชื่อบริษัทที่ออกดูดี
นะน่าเชื่อถือ ดอกเบี้ยก็สูง สูงกว่าฝากเงินเสียอีก น่าสนใจมากใช่ไหม ครับ
…… สมมุตินะครับ.... สมมุติว่าเวลาผ่านไปได้หนึ่งปี เกิดไฟไหม้โรงงาน
พนักงานประท้วงปิดโรงงานผลิตสินค้าไม่ได้ ...บริษัทขาดทุน ผลที่ตามมา
ก็คือบริษัทไม่มีเงินจ่ายดอกเบี้ยที่กำหนดไว้ .....นี่ไงครับความเสี่ยง ........
บอกแล้วว่าอาจจะไปไม่ถึงเป้าหมาย ถึงแม้คาดว่าจะได้ดอกเบี้ยสูง หรือ
ตีไปได้ไกลอย่างหัวไม้ ก็ตาม...... แต่โอกาสที่จะไปไม่ตรงตามเป้าหมาย
ก็เกิดขึ้นได้มากกว่าตราสารหนี้ภาครัฐบาลนะครับ ......... ลองดูสิว่า
ถ้าไฟไหม้ ทำเนียบฯ หรือมีคนประท้วงปิดทำเนียบฯ .............เป็นไงครับ
(อันนี้ไม่ได้แช่งนะครับ ท่านนายก....สมมุติ นะสมมุติ) ยังไงๆพันธบัตร
รัฐบาลก็ยังมีเงินจ่ายดอกเบี้ยอยู่ดี .. .อันนี้อาจจะมองในแง่ลบจนเกินไป
เพราะในความเป็นจริง....ก็มีหุ้นกู้ดีๆที่บริษัทเอกชนเป็นผู้ออกก็มีเยอะนะ
ครับ ...เพียงแต่....แค่อยากจะเปรียบเทียบให้เห็นว่า ตราสารหนี้ภาคเอกชน
ให้ผลตอบแทนที่ดี ...แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงสูงที่จะไม่ได้รับผล
ตอบแทนเช่นเดียวกัน ก็แค่นั้นเอง.... ภาษาการเงินรียกว่า High Risk
High Return หรือความเสี่ยงสูงผลตอบแทนก็สูง
นอกจากที่จะแบ่งตราสารหนี้เป็นภาครัฐและภาคเอกชน....ซึ่งเป็นการ
แบ่งในภาครวมหรือกว้างๆแล้ว .... บางครั้งเราจะยังแบ่งตราสารหนี้ออก
เป็นประเภทหรือหรือตามคุณลักษณะเฉพาะตัวของตราสารหนี้นั้นๆ ด้วยครับ
ก็เช่นเดียวกับ ไม้กอล์ฟล่ะครับ ...มี Putter เอาไว้ตีที่อยู่บนกรีน (On green)
ลูกใกล้ๆหลุม ใช้แรงในการตีไม่มาก .... มี Sand wedge เอาไว้ใช้ ตีลูกที่ตก
อยู่บนพื้นทรายโดยเฉพาะ เป็นต้น
แล้วตราสารหนี้แบ่งเป็นอะไรบ้าง เช่น แบ่งตามสิทธิในการเรียก
ร้อง ได้แก่ ตราสารหนี้ไม่ด้อยสิทธิ ผู้ถือตราสารหนี้ประเภทนี้จะมีสิทธิ
ทัดเทียมกับเจ้าหนี้สามัญรายอื่นๆในการเรียกร้องให้ชำระหนี้ และตราสาร
หนี้ด้อยสิทธิ (Subordinated bond) คือ ผู้ถือจะมีสิทธิเรียกร้องชำระหนี้ใน
อันดับหลังจากเจ้าหนี้บุริมสิทธิ์และเจ้าหนี้ทั่วไป หรือแบ่งตามการค้ำ
ประกัน เช่น ตราสารหนี้มีประกัน หมายถึง ผู้ออกนำสินทรัพย์ซึ่งอาจ
เป็นอสังหาริมทรัพย์ หรือ สังหาริมทรัพย์ เป็นหลักประกันในการออก
ตราสารหนี้ไม่มีประกัน หมายถึง ตราสารหนี้ที่ไม่ได้จัดให้มีหลักประกัน
เพื่อการชำระหนี้ตามหุ้นกู้ และแบ่งตามประเภทอื่นๆ ......... ง่ายๆ นะ
ครับ ถ้าอยากรู้ว่าตราสารหนี้แต่ละตัวที่ออกมานั้นจะมีคุณสมบัติเฉพาะ
ตัวอย่างไร ให้ดูที่ หนังสือชี้ชวน (Prospectus) ครับ เพราะเวลาจะมีการ
ออกหุ้นกู้ใหม่ออกมาขายให้ประชาชนทั่วไป บริษัทเขาจะทำหนังสือชี้ชวน
แจกเผยแพร่ .....นี่ล่ะครับ ....เพื่อบอกรายละเอียดเกี่ยวกับหุ้นกู้ตัวนั้นๆว่ามี
คุณสมบัติ หรือมีเงื่อนไข หรือมีผลตอบแทนในรูปแบบไหนบ้างเพื่อชี้ชวนให้
คนสนใจมาซื้อหุ้นกู้ตัวนั้นๆ ครับ
ก่อน...จบตัวตราสารหนี้ในความเหมือนของตัวตราสารหนี้กับไม้กอล์ฟ
แล้ว จะขอพูดถึงความแตกต่างระหว่างตัวตราสารหนี้กับไม้กอล์ฟสักเล็ก
น้อยนะครับ
ไม้กอล์ฟนั้น.... จับต้องได้นะครับ ส่วนตราสารหนี้นั้นมี 2 แบบ ครับ
จับต้องได้กับจับต้องไม่ได้ ............อย่าเพิ่งงงนะครับว่าเราต้องเสียเงิน
เป็นล้านๆเพื่อซื้อตราสารหนี้มาแล้วจับต้องไม่ได้ .....แล้วเราจะซื้อไปทำไม
กัน ความหมายก็คือ .....เมื่อเราซื้อพันธบัตร หรือหุ้นกู้มาตัวหนึ่ง 1 ล้านบาท
เราก็อาจจะติดต่อผ่านผู้ขาย (สถาบันการเงิน) เพื่อให้ออกเป็นใบพันธบัตร
หรือใบหุ้นกู้ ให้เราได้ เราเรียกกันว่า Scrip ส่วนคนที่ไม่อยากถือเป็นใบหุ้น
เก็บไว้กลัวว่าจะหายหรือภรรยาที่บ้านรู้ว่ามีเงินเยอะก็อาจจะเก็บในรูปตัวเลข
ทางบัญชีที่เปิดไว้กับผู้ขาย เรียกว่า Scripless ก็ได้ ลองนึกถึงการโอน
เงินระหว่างบัญชี ครับ ไม่ต้องถอนจากบัญชีหนึ่งและไปฝากอีกบัญชีหนึ่งใช้
โอนกันทางตัวเลขหรือบัญชีได้เลย
เรารู้ๆกันอยู่แล้วใช่ไหมครับว่า....กอล์ฟก็ต้องไปตีกันที่สนามกอล์ฟหรือ
สนามซ้อม มีผู้จัดการสนาม มีแคดดี้ คอยให้บริการ .... แต่ตราสารหนี้แล้ว...
ถ้าไม่ได้ไปซื้อกันที่สนามกอล์ฟแล้วจะไปซื้อขายกันที่ไหน.... และเราจะ
ต้องติดต่อกับใคร หรือมีใครบริการเราอยู่ ครั้งหน้าจะมาเล่าให้ฟังต่อนะครับ
สำหรับวันนี้....... สวัสดี ครับ