|
|
|
|
What's New
|
 |
|
| กระทรวงการคลังขยายระยะเวลาจองซื้อพันธบัตรไทยเข้มแข็ง - Friday, June 11, 2010
 |
แถลงขยายเวลาการจองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงว่ากระทรวงการคลังขยายเวลาการจองซื้อพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง ปีงบประมาณ 2553 ขยายออกไปถึงวันที่ 16 มิถุนายน 2553 โดยยังคงวงเงินรวมที่เสนอขาย 1 แสนล้านบาท และคงเงื่อนไขการจองซื้อที่รายละ 10,000 บาท ถึง 1 ล้านบาท ณ กระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2553
|
|
|
| แนะนำกรรมการผู้จัดสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย - Monday, May 31, 2010
 |
เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม 2553 ที่ประชุมคณะกรรมการสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย มีมติให้แต่งตั้งนายนิวัฒน์ กาญจนภูมินทร์ ให้ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้จัดการสมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย โดยเริ่มปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม 2553 ที่ผ่านมา
รายละเอียดเพิ่มเติม
|
|
|
| การทดสอบผู้ค้าตราสารหนี้ขึ้นทะเบียน ครั้งที่ 1/2553 - Monday, May 17, 2010
|
|
| ข่าวการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง ครั้งที่ 1 ประจำปี 2553 - Saturday, May 08, 2010 กระทรวงการคลัง โดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) จึงได้กำหนดจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ฯ ในระหว่างวันที่ 7 – 11 มิถุนายน 2553 ซึ่งการเลื่อนเวลาการจัดจำหน่ายดังกล่าว ส่งผลให้เงื่อนเวลาต่างๆ เช่น วันจดทะเบียน วันเริ่มคิดดอกเบี้ย วันจ่ายดอกเบี้ย และวันที่ครบกำหนดชำระคืนเงินถูกเลื่อนออกไป ตามลำดับ อย่างไรก็ตาม เงื่อนไขอื่นๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับเงื่อนเวลา เช่น อัตราดอกเบี้ย วงเงินซื้อข้ันต่ำ - สูง และสถานที่จำหน่าย ยังเป็นไปตามกำหนดเดิมท้ังสิ้น
รายละเอียดเพิ่มเติม
|
|
| แจ้งยืนยัน Trader's Refresher Course 2010 - Monday, March 08, 2010 ThaiBMA แจ้งยืนยันการอบรม Trader's Refresher Course โดยจะจัดขึ้นในวันเสาร์ที่ 19 มิถุนายน 2553 ณ โรงแรมดุสิตธานี ถนนพระรามที่สี่ เวลา 08.45-16.15 น.
สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมโปรดติดต่อ ฝ่ายกฎระเบียบและตรวจสอบ เบอร์โทรศัพท์ 0-2252-3336 ต่อ 311, 316 , 341 และ 313 หรือที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ เบอร์โทรศัพท์ 0-2252-3336 ต่อ 111, 110 และ 119
|
|
|
|
|
|
|
ThaiBMA Activities
|
 |
|
| ประมวลภาพและเอกสารประกอบการสัมมนา Private Repo - Wednesday, January 06, 2010
 |
สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย(ThaiBMA) ร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) จัดงานสัมมนาเรื่อง Private Repo ในวันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2552 ณ โรงแรมเอเชีย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับธุรกรรม Private Repo ในภาคปฏิบัติ ไม่ว่าจะเป็น กลยุทธ์ในการทำธุรกรรม Private Repo ทั้งในตลาดไทยและตลาดต่างประเทศ รวมทั้งกฎระเบียบที่เกี่ยวกับการทำธุรกรรม เพื่อเป็นกุญแจสู่ความสำเร็จในการทำธุรกรรม Private Repo |
read more ...
|
|
|
|
|
|
|
Historical
|
 |
|
- ThaiBMA & Members Bowling Night - Monday, October 26, 2009
- ผลการแข่งขัน ThaiBMA's Member Bowling Night! - Wednesday, November 25, 2009
- ประมวลภาพและเอกสารประกอบการสัมมนา Private Repo - Wednesday, January 06, 2010
- ThaiBMA แจกหนังสือฟรีต้อนรับปีใหม่ - Wednesday, January 06, 2010
- ThaiBMA ได้รับเกียรติเป็นวิทยากรบรรยายในงานสัมมนาของสมาคมประกันวินาศภัย - Thursday, February 11, 2010
- ThaiBMA ได้รับเลือกเป็นที่ปรึกษาให้กับ VBMA - Friday, January 29, 2010
- ThaiBMA ประกาศใช้แนวทางปฏิบัติการทำธุรกรรม Private repo ที่ได้ปรับปรุงเพิ่มเติม - Friday, March 05, 2010
- การประกาศผล Best Bond Award 2009 - Wednesday, March 31, 2010
- who is who in Thai Bond Market - Friday, March 05, 2010
view all
|
|
|
|
|
หุ้นกู้ออกใหม่
|
 |
|
|
|
|
|
|
จะฝากแบงค์หรือซื้อพันธบัตรเก็บไว้?
|
 |
|
Location: Blogs ขงเบ้ง |
 |
| Posted by: Kongbeng |
5/18/2009 3:30 PM |
สวัสดีค่ะ ดิฉันมีเรื่องขอปรึกษาหน่อยค่ะ คือช่วงนี้มีเงินเก็บอยู่จำนวนหนึ่ง เวลาไปทำธุระที่แบงค์ แต่ละแห่งจะชวนให้ฝากเงินดอกเบี้ยพิเศษประมาณ 2.6 -3.0% ซึ่งก็คิดว่าน่าสนใจเหมือนกัน แต่อยากจะลองเปรียบเทียบกับดอกเบี้ยพันธบัตรดูว่าอะไรจะน่าสนใจกว่ากันค่ะ และถ้าระยะ 1 ปี ระหว่าฝากประจำ กับซื้อพันธบัตร อย่างไหนจะให้ผลตอบแทนดีกว่ากันคะ
ขอแสดงความนับถือ
นางสาวหทัยชนก อัตตกานต์
เรียน คุณหทัยชนก
ผมเข้าใจว่าเงินฝากพิเศษที่พูดถึงนั้นน่าจะเป็นเงินฝากประจำอายุ 3 เดือน หรือ 6 เดือนซึ่งเป็นช่วงที่ธนาคารต้องการระดมเงินจึงให้ผลตอบแทนที่ค่อนข้างสูงหน่อยเมื่อเทียบกับเงินฝากระยะอื่นๆ คุณอยากจะเปรียบเทียบกับดอกเบี้ยพันธบัตรว่าอย่างไหนจะน่าสนใจมากกว่ากัน ผมมีคำแนะนำให้ดังนี้ครับ
1) ผลตอบแทนที่แบงค์เสนอให้นั้นเป็นเงินฝากประจำที่คุณต้องฝากจนครบกำหนดจึงจะได้ผลตอบแทนตามที่ระบุ แต่ถ้าหากถอนออกมาก่อนกำหนด คุณก็จะได้ผลตอบแทนน้อยกว่านี้มากครับ
2) ดอกเบี้ยจากการฝากเงินกับธนาคารคุณหทัยชนกยังต้องถูกหักภาษี ณ ที่จ่ายอีกร้อยละ 15 ผลตอบแทนที่คุณจะได้สุทธิประมาณร้อยละ 2.21 – 2.55
3) จะลงทุนในตั๋วเงินคลังที่ออกโดยรัฐบาลซึ่งก็มีความมั่นคงเทียบเท่าพันธบัตรรัฐบาลอายุ 3 - 6 เดือนคุณจะได้ผลตอบแทนราวร้อยละ 3.06 – 3.08 และเช่นกันกับการฝากธนาคารคุณต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่ายอีก ร้อยละ 15 ผลตอบแทนสุทธิจะเท่ากับ 2.601 – 2.618 สูงกว่าฝากแบงค์นิดหน่อย
4) แต่ที่ต่างกันก็คือถ้าคุณถือไม่ครบกำหนด 3 - 6 เดือนคุณน่าจะได้ผลตอบแทนมากกว่าฝากแบงค์เพราะมีตลาดรองให้ซื้อขายที่มีสภาพคล่องสูง ปัญหาคือถ้าคุณจะซื้อจำนวนไม่มากนักคุณอาจจะหาซื้อไม่ได้เพราะส่วนใหญ่เขาซื้อขายกันหลักแสนหรือหลายแสนขึ้นไป
5) ถ้าคุณจะลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ระยะสั้นที่ลงทุนในตราสารหนี้ภาครัฐระยะสั้น 3 เดือนผลตอบแทนสุทธิที่คุณจะได้คือร้อยละ 2.75 หรือเทียบเท่ากับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากแบงค์ที่ร้อยละ 3.24 ทั้งนี้กองทุนรวมไม่ต้องเสียภาษีหัก ณ ที่จ่าย
6) สรุปถ้าเทียบการลงทุนในกองทุนรวมตราสารหนี้ภาครัฐระยะสั้น กับการฝากแบงค์คุณจะได้ผลตอบแทนสุทธิมากกว่าตั้งแต่ร้อยละ 0.2 – 0.54 ถ้าคุณลงทุนล้านนึงคุณจะได้ผลตอบแทนระยะสามเดือนมากกว่าฝากแบงค์ตั้งแต่ 500 – 1,350 บาท ถ้าคุณลงทุนน้อยกว่านั้นเช่นแสนบาท ผลตอบแทนที่จะได้รับจะมากกว่าราว 50 – 135 บาท คุณหทัยชนกตัดสินใจเอาเองก็แล้วกันว่าจะลงทุนแบบไหน แต่ถ้าเงินไม่มากนักคิดหัวแทบแตกได้ผลตอบแทนต่างกันแค่สิบกว่าบาทเอง อ้อ แล้วอย่าลืมด้วยนะครับว่าตราสารหนี้ภาครัฐมั่นคงกว่าเงินฝากธนาคาร ซึ่งผิดทฤษฎีการลงทุนที่ว่า High Risk , High Return อยู่ไม่น้อย
ลุงขงเบ้ง |
|
| Permalink |
Trackback |
|
|
|
|
|
|
ThaiBMA Channel
|
 |
|
|
|
|
|